คอร์ส SPEAK ENGLISH@HOME ส่วนที่6/6 จากทั้งหมด6ส่วน  (ใช้หนังสือเล่มที่3)

ระยะเวลาเรียนส่วนละ1เดือน เรียนได้ตลอด24ชั่วโมง 

ส่วนที่1 ปกติ2,990บ. เหลือ 1,990บาท  (ใช้หนังสือเล่มที่ 1) แถมFundamentals ปรับพื้นสำหรับคนที่ไม่มีพื้นเลย (เนื้อหาในคลิป) 

ส่วนที่2 ปกติ 4,990บ. เหลือ 3,990บาท (ใช้หนังสือเล่มที่1)

ส่วนที่3 ปกติ 5,990บ. เหลือ 4,990บาท (ใช้หนังสือเล่มที่2)

ส่วนที่4 ปกติ 5,990บ. เหลือ 4,990บาท (ใช้หนังสือเล่มที่2)

ส่วนที่5 ปกติ 5,990บ. เหลือ 4,990บาท (ใช้หนังสือเล่มที่3)

ส่วนที่6 ปกติ 7,990บ. เหลือ 6,990บาท (ใช้หนังสือเล่มที่3 เน้นออฟฟิสและฝึกพูดสัมภาษณ์งานกับต่างชาติ)

กรณีสมัครทั้งชุด (6ส่วน) จาก 33,940บ. เหลือเพียง 29,990บ. เรียนได้นาน 6 เดือนเต็ม 

หมายเหตุ: หากต้องการเรียนแกรมม่าพูดด้วย (ไวยากรณ์เพื่อการพูดแท้ๆ ช่วยให้พูดได้เร็วขึ้น) ให้ชำระเพิ่ม 3,000บ. 

การเรียนฝึกพูดอังกฤษให้ได้ผลเร็วที่สุดสำหรับเด็กโตและในวัยผู้ใหญ่คือการฝึกสร้างประโยคให้ได้ "หากคุณสร้างประโยคเองได้ ใช้สำนวน+กลุ่มคำวลีเป็น รู้คำศัพท์พื้นฐานพอสมควร จะอีกกี่ล้านประโยคคุณก็พูดได้"  การเรียนกับฝรั่งหากจะให้ได้ผลจริง จำเป็นต้องคลุกคลีกับฝรั่งอย่างใกล้ชิดเป็นระยะเวลาหลายปี(เช่นคนไทยที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติ) การเรียนกับอ.ฝรั่งเพียงแค่สัปดาห์ละ3-4ชั่วโมงแทบไม่ช่วยอะไรเลยนอกจากจะได้เรียนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายๆปี(7-10ปี)ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะฝรั่งส่วนใหญ่จะสอนสร้างประโยคไม่ได้แต่จะเน้นให้พูดตามซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับเด็กเล็กๆเท่านั้น 

ยกตัวอย่างบุตรสาววัย3ขวบครึ่งของTeacher TONY CHAI ซึ่งยังไม่เคยไปต่างประเทศ ยังไม่ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์ แต่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเหมือนเจ้าของภาษาโดยที่ไม่รู้หลักไวยากรณ์ใดๆเลยและไม่เคยท่องศัพท์แม้แต่คำเดียว เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมีพ่อแม่ที่พูดภาษาอังกฤษด้วยตลอดเวลา จึงกล่าวได้ว่า สำหรับเด็กโตและในวัยผู้ใหญ่ (1)การฝึกสร้างประโยคให้ได้โดยอาศัยประโยคสำเร็จรูปหรือสำนวนวลีต่างๆ (2)โครงสร้างไวยากรณ์พื้นฐานจากรูปแบบประโยคที่หลากหลาย (3)สอดแทรกด้วยคำศัพท์ที่จำเป็นต้องใช้พูดและการออกเสียงที่ถูกต้อง ถือเป็น3องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียน(Second Language Learners)พูดเป็นและพูดคล่องในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

_____________________________________________________________________

คอร์ส SPEAK ENGLISH@HOMEนี้แบ่งเป็น6ส่วน (ให้พร้อมโต้ตอบกับฝรั่งได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกสถานการณ์)

ขั้นตอนและรายละเอียดดังนี้

1.ทดสอบวัดระดับทักษะการพูดโดยการสัมภาษณ์ก่อนสมัครเรียน(ฟรี!) วัตถุประสงค์ของคอร์สนี้คือ คุณต้องพูดได้ให้เร็วที่สุดและเรียนรู้ไวยากรณ์เฉพาะที่จำเป็นต้องใช้จริงเท่านั้น!

2. เนื้อหาการเรียนเป็นการฝึกพูดอังกฤษโดยเน้นสร้างประโยคอย่างจริงจัง หลากหลายครอบคลุมทุกสถานการณ์และสอนประกอบประโยคจนเกิดเป็นบทสนทนา เรียนได้จากที่บ้านแบบสบายๆโดยไม่ต้องเดินทางไปเรียนที่สถาบันภาษา สามารถเรียนได้ทั้งครอบครัวและทวนซ้ำจนจำได้100%

3. เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานน้อยมากๆ(ฺBasic Level) หรือผู้ที่ทิ้งภาษาอังกฤษมานานจนพูดไม่ได้ ไปจนถึงผู้ที่อยู่ในระดับกลาง(Intermediate Level)หรือผู้ที่พอพูดได้ระดับหนึ่งแล้ว คอร์สนี้จะฝึกให้คุณพูดได้อย่างคล่องแคล่วถึงระดับสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษได้สบายๆ

"หากคุณสร้างประโยคเองได้ ใช้สำนวน+กลุ่มคำวลีเป็น รู้คำศัพท์พื้นฐานพอสมควร จะอีกกี่ล้านประโยคคุณก็พูดได้"  By Teacher TONY CHAI - อาจารย์สัญชาติไทย-แคเนเดี่ยน ผู้ที่ได้ช่วยให้ผู้เรียนนับหมื่นคนทั่วประเทศพูดได้จริง ด้วยการฝึกพูดโดยเน้น3องค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

1. เน้นการฝึกใช้สำนวน วลีกลุ่มคำ และประโยคสำเร็จรูปที่จำเป็นต้องใช้ในการพูดในชีวิตประจำวันและการทำงาน ฝึกพูดทวนซ้ำๆหลายๆครั้งจนจำได้ สำนวน วลีกลุ่มคำ และประโยคสำเร็จรูปเหล่านี้จะลงไปอยู่ในจิตใต้สำนึก วิธีนี้ช่วยให้ผู้เรียนพูดได้เอง โดยไม่ต้องคิดเพื่อสร้างประโยค

2. เน้นการฝึกสร้างประโยคที่หลากหลายครอบคลุมทุกสถานการณ์ ฝึกเลียนเสียงพูดซ้ำๆจนเคยชินกับสร้างสร้างประโยค วิธีนี้ช่วยให้ผู้เรียนพูดต่อยอดเองได้ในทุกสถานการณ์ 

3. เรียนรู้ไวยากรณ์และคำศัพท์เฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ในการพูดจริงๆเท่านั้น เพื่อใช้เป็นโครงประกอบการสร้างประโยคให้เกิดเป็นบทสนทนาได้

____________________________________________________________________

ข้อเท็จจริงที่ควรทราบของการเรียนหรือการฝึกภาษาที่2

คุณจะพูดได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องรู้หลักไวยากรณ์ใดๆเลย รวมทั้งไม่มีความจำเป็นต้องท่องคำศัพท์ใดๆทั้งสิ้น ก็ต่อเมื่อ

1. คุณเกิดในครอบครัวที่มีพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษด้วยตั้งแต่แรกเกิด

2. คุณใช้ชีวิตและเติบโตในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็ก

3. คุณได้ใช้ชีวิตกินอยู่กับคู่ครองเป็นเจ้าของภาษา(อย่างใกล้ชิด)เป็นเวลากว่า10ปีขึ้นไป (จะได้กลุ่มภาษาการสนทนาทั่วๆไป)

ยกตัวอย่างบุตรสาววัย3ขวบครึ่งของTeacher TONY CHAI ยังไม่เคยไปต่างประเทศ(ขณะอายุ3ขวบครึ่ง) ยังไม่ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์ แต่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเหมือนเจ้าของภาษาโดยที่ไม่รู้หลักไวยากรณ์ใดๆเลยและไม่เคยท่องศัพท์แม้แต่คำเดียว เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมีพ่อแม่ที่พูดภาษาอังกฤษด้วยตลอดเวลาทำให้เด็กไม่รู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาแปลกปลอม (Foreign Language) 

ในกรณีเด็กตั้งแต่10ขวบจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตในประเทศไทยโดยไม่ได้มีพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาแปลกปลอมที่เข้ามาแบ่งปันพื้นที่ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาหลัก การจะให้พูดได้จำเป็นต้องอาศัยการศึกษาหลักไวยากรณ์เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างของภาษา และจำเป็นต้องเรียนรู้ท่องจำคำศัพท์อย่างน้อยในบริบทที่จำเป็นต้องใช้จริง เช่นเฉพาะการสนทนาในชีวิตประจำวัน หรือการสนทนาในที่ทำงาน หรือภาษาอังกฤษเฉพาะบางกลุ่มอาชีพเป็นต้น รวมทั้งต้องศึกษา collocations, common phrases และ idiomatic expressions ต่างๆ

ภาษาไทยเป็นภาษาในกลุ่มภาษาคำโดด การสร้างประโยคเป็นไปแบบง่ายๆโดยนำคำศัพท์มาเรียงกันตามความหมายเช่น "เมื่อวานนี้ฉันกินข้าวเย็นกับเพื่อนๆของฉันหลายคน ผู้ซึ่งเพิ่งกลับจากอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว"

พอเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาแบบกลุ่มคำ ความหมายเกิดจากโครงสร้างเงื่อนเวลาเฉพาะ จะพบว่าไม่สามารถนำคำศัพท์มาเรียงกันตามความหมายได้ ให้ลองวิเคราะห์ประโยคภาษอังกฤษนี้กับประโยคภาษาไทย "Yesterday, I had dinner with many of my friends who just came back from America last week."

จะเห็นว่า 

1. คำว่า กินข้าวเย็น พอเป็นภาษาอังกฤษต้องเปลี่ยนเป็น had dinner จะใช้ have dinner ไม่ได้เพราะเงื่อนเวลาในอดีตบังคับอยู่

2. คำว่า ข้าวเช้า ข้าวกลางวัน ข้าวเย็น พอเป็นภาษาอังกฤษต้องเปลี่ยนคำศัพท์เป็น Breakfast Lunch Dinner จะแค่นำคำว่า ข้าว มาต่อกับคำว่า เช้า กลางวัน เย็น แบบภาษาไทยไม่ได้ เช่นจะฝืนใช้ Rice Morning, Rice, Noon และ Rice Evening ไม่ได้

3. คำว่า เพื่อนๆของฉัน พอเป็นภาษาอังกฤษต้องเลือกใช้ระหว่าง much กับ many และคำว่า friend ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นนามนับได้หรือนามนับไมได้ จะเติมแค่ s หรือต้องเติม es ต่างกับภาษาไทยซึ่งใช้แค่การซ้ำคำ เพื่อนเพื่อน ต่อกับคำว่า หลายคน ซึ่งซับซ้อนน้อยกว่ามาก

4. คำว่า ผู้ซึ่ง พอเป็นภาษาอังกฤษต้องเลือกใช้ระหว่าง who whom whose ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของประโยคและความหมายเป็นสำคัญ

5. คำว่า กลับจาก พอเป็นภาษาอังกฤษต้องเลือกใช้ระหว่าง come กับ came

สรุป: จากประโยคตัวอย่างสั้นๆทำให้เห็นว่า หากคุณไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข3ข้อที่กล่าวมาแล้ว การจะพูดภาษาอังกฤษได้จำเป็นต้องมีโครงสร้างและไวยากรณ์(Syntax & Grammar), ต้องรู้สำนวน+กลุ่มคำ(Collocation&Phrasal verb) และต้องมีคลังคำศัพท์ที่มากพอ(Lexicon) นี่ยังไม่รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนที่มีกฏเกณฑ์อีกมากมายในการเขียนภาษาอังกฤษ

คอร์ส SPEAK ENGLISH@HOMEนี้ ถูกออกแบบโดยอิงหลักการที่ได้ผลจริง เพื่อช่วยให้คนไทยโดยทั่วไปพูดได้จริง ขอเพียงหมั่นทบทวน ฝึกสร้างประโยค และฝึกออกเสียงซ้ำๆ ฝึกก่อนนอนทุกวันให้คุณหลับไปกับสิ่งที่คุณฝึก จนภาษาอังกฤษเข้าไปในจิตใต้สำนึก ในที่สุดจะถึงจุดที่บทสนทนาในฝันเป็นภาษาอังกฤษ และวันที่คุณจะพูดได้อย่างคล่องแคล่วก็จะเป็นจริง 

การฝึกพูดถือเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความชำนาญ ขอให้ใช้วิจารณญาณกับคำโฆษณาชวนเชื่อเรื่อง "ไม่ต้องเรียนไวยากรณ์-ไม่ต้องท่องคำศัพท์" ความง่าย ความเร็ว การไม่ต้องใช้ความพยายาม ล้วนตรงข้ามกับหลักการเรียนภาษาที่สองโดยสิ้นเชิง 

By Teacher TONY CHAI